[SF BB]น้องเล็ก...น้องรัก --- Seungri x G.D.
posted on 04 Jul 2008 00:23 by nezumikun in BigBang
น้องเล็ก.......น้องรัก
ร่างโปร่งนั่งพลิกดูแม็กกาซีนเล่มใหม่อยู่หลายรอบ นอกจากสกู๊ปข่าวเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับบิ๊กแบงแล้ว เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แฟชั่นก็เป็นอีกอย่างที่เขาสนใจ แต่ก็แค่ดูโดยไม่คิดจะอยากได้ เพราะเท่าที่มีมันก็มากพอแล้ว อะไรก็ได้ที่ต้องการถ้าหากเป็นฝ่ายชนะ
นั่นสิ อะไรถึงจะดีนะ
“ตัดสินใจได้หรือยัง ซึงรี” คนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำเดินตรงเข้ามากอด
“ยังเลยฮะ พี่จียง” ใบหน้าเรียวทำท่าทางเหมือนลำบากใจที่จะเลือก จริงๆ มันก็มีหลายอย่างที่อยากได้ แต่ไหนๆ ก็ชนะพนันทั้งที ต้องขออะไรที่มันสมราคาสักหน่อย
ร่างบางหยิบถุงกระดาษใบโตขึ้นมายื่นให้ ในทันทีที่เปิดดูผู้ที่ได้รับก็ต้องระเบิดหัวเราะออกมา เพราะในนั้นมีแต่ขนม ช็อกโกแลตเป็นสิบแท่ง และมันฝรั่งถุงใหญ่ที่เขาชอบเกือบสิบถุง
“พี่ฮะ.........” น้องเล็กลากเสียง แต่คุณพี่หัวหน้าวงกลับยิ้มกว้าง ขนมพวกนี้บอกได้เป็นอย่างดีว่าจียงมองและคิดกับซึงรีเช่นไร
“ฉันให้เพราะอยากให้” แน่นอนว่านี่ไม่ใช่คำขอ แต่เป็นของขวัญเล็กๆ เท่านั้น “ไว้นายคิดออกว่าอยากได้อะไรค่อยมาบอกแล้วกัน”
หลังจากคุยกันสักพักร่างบางก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียง เหลือบดูนาฬิกาแล้วก็ไม่ถือว่าดึกเท่าไร แต่ต้องต่อสู้กับงานหนักไม่ว่าใครคงต้องการพักผ่อน
“นอนเถอะนะ วันนี้พี่เหนื่อย” จียงดึงตัวน้องเล็กที่นั่งอยู่ข้างกันให้ล้มลงนอนก่อนจะพาดแขนรวบไว้ในอ้อมกอด
“แต่ผมยังไม่ง่วงเลยนี่นา” เขางอแง ถึงจะทำงานหนักมาเหมือนกันแต่เขากลับรู้สึกสนุกแถมยังไม่เหนื่อยเลยสักนิด
“ทำไมนายถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ” ร่างบางพ่นลมออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน
“นะฮะ พี่จียง” เขาอ้อน “นะ....... ถ้าพี่เหนื่อยผมจะทำให้พี่เอง”
ถ้าเป็นเมื่อก่อนซึงรีคงแพ้แรงจียง ครั้งแรกที่พบกันซึงรีอายุเพียง 16 ปี นอกจากจะเป็นน้องเล็กแล้วยังตัวเล็กอีกด้วย แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ซึงรีตัวสูงขึ้นจนสูงกว่าจียงซะอีก เรี่ยวแรงก็ไม่ใช่น้อย ยิ่งในเวลาที่จียงไม่คิดจะต่อสู้แล้วมันจะไปยากอะไรที่จะทำให้จียงนอนอยู่ใต้ร่างอย่างว่าง่าย
เด็กหนุ่มค่อยจูบเบาๆ ที่ผิวแก้มไล้เรื่อยมายังลำคอก่อนจะกลับขึ้นมาที่ริมฝีปากและดูดดื่มริมฝีปากนั้นย้ำๆ จนเสียงครางอือลอดออกมา ทั้งที่เพิ่งบอกไปว่าเหนื่อยและไม่คิดว่าจะมีอารมณ์ร่วมแต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อความเย้ายวนถูกหยิบยื่นให้จียงก็อดที่จะตอบสนองไม่ได้ แล้วเขาก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายกำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ
“คนดีของผม” เสียงหวานกล่อมอยู่ที่ข้างหู “พี่จียงของผม”
มือบางที่ตั้งท่าเหมือนจะห้ามในตอนแรกกลับกลายเป็นโน้มไหล่ร่างด้านบนลงมา รูดซิปฮู้ดเสื้อแขนยาวลงโดยไม่เร่งร้อนก่อนกระชากดึงให้พ้นทาง ผิดคาด ซึงรีไม่ได้สวมเสื้ออีกตัวไว้ข้างใน เด็กหนุ่มยิ้ม เป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ซึงเพียงวาดโค้งขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย น่ารักน่าเอ็นดูตามแบบฉบับน้องเล็ก แต่มันกลับทำให้คนมองเย็นสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
“อ๊ะ!!” ร่างบางสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายดึงชายเสื้อขึ้นก่อนจะซุกปลายจมูกลงกับหน้าท้อง มือคู่เดิมค่อยเลื่อนขึ้นเขี่ยปลายนิ้วหยอกล้อยอดอกที่ตอบสนองในทันที ลมหายใจอุ่นร้อนกระทบผิว ลมหายใจนั้นกำลังเคลื่อนขึ้นมาถึงตรงที่กำลังถูกบีบกดจนตั้งแข็ง แล้วเรียวลิ้นชุ่มชื้นก็ไล้วนไปมาพร้อมกับที่ขอบกางเกงของร่างข้างใต้ถูกดึงต่ำลงจนเสียสีกับส่วนที่ตื่นตัว
“ซึงรี!!” สะโพกบางบิดเร่าๆ เสียงร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้ง ดวงตาเรียวหลับพริ้ม ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ผ่อนลมหายใจออกเป็นระยะ ยิ่งเห็นสีหน้าทรมานเท่าไร คนด้านบนกลับยิ่งสนุกกับการกลั่นแกล้งมากขึ้นเท่านั้น พี่จียงในเวลานี้ยั่วเย้า น่ามองอย่างที่สุด ไม่จำเป็นต้องเปล่าเปลือย แค่เปิดให้เห็นแผ่นอกกับลำตัวบางส่วนก็พอ ที่เหลือเขาอยากจินตนาการถึงมันเอง แม้เสื้อผ้าพวกนั้นจะเกะกะขวางทางไม่ให้เขาได้สัมผัสกันและกันอย่างแนบเนื้อก็ไม่เป็นไร บางครั้งความสนุกของการร่วมรักก็อยู่ที่การได้ลองอะไรใหม่ๆ ไม่ต้องทำแบบเดิมเหมือนที่เคยทำหรอก
“ซึงรี........” มือเรียวบางตะกายไขว่คว้าร่างโปร่งลงมากอด บิดกายไปมา แสดงให้รู้ว่าอยากสมหวังมากแค่ไหน มือนั้นรีบปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงของคนอ่อนวัยด้วยความรีบลน เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอ เขายอมนิ่งให้อีกฝ่ายทำตามต้องการ และเมื่อส่วนกลางลำตัวของทั้งสองสัมผัสกันร่างบางก็ส่งเสียงครางกระเส่า
“จะรีบไปไหนครับ คนดี.......” ร่างด้านบนกระเถิบหนีเล็กน้อย
“ซึงรี.....ใจร้าย..........” จียงหลับตาแน่น ทรมานเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา “เราบอกไม่ใช่เหรอ ว่าจะทำให้พี่”
“อืม........นั่นสินะครับ” เจ้าของดวงตาซุกซนกระตุกยิ้มก่อนจะเคลื่อนตัวลงมา สอดมือเข้าในขอบกางเกง ถึงตอนนี้สิ่งที่ขวางทางอยู่มันกลายเป็นเกะกะขึ้นมาซะแล้ว เด็กหนุ่มกระชากดึงมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาต้องเผยยิ้มกว้างกว่าเดิม เรียวขาบางกำลังแยกออก ส่วนกลางลำตัวแข็งขึงพร้อมจะยอมให้อีกฝ่ายทำทุกอย่าง ขอเพียงแค่ได้สมหวัง
ปลายลิ้นชื้นตวัดเอาส่วนยอดแล้วขบเม้มเบาๆ พอให้รู้สึก
“ซึงรี.......” สะโพกเพรียวแอ่นขึ้นรับความสุขเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกครอบครอง แต่ความสุขยังมีมากกว่านั้นเมื่อเรียวนิ้วของร่างด้านบนค่อยแทรกผ่านช่องทางคับแคบด้านหลัง หัวสมองมึนตื้อไปหมด ภาพตรงหน้าพร่ามัวเหลือเพียงผิวเนื้อที่ยังสัมผัสถึงกันได้ “พี่......พี่ไม่ไหวแล้ว” จียงยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง เขากำลังกลั้นเสียงน่าละอายที่จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับความสุขสม
ร่างโปร่งเร่งเร้า ขยับมือให้ลึกและสอดนิ้วเข้าไปอีก ในที่สุดร่างข้างใต้ก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงหอบหายใจ ทั้งร้อนทั้งเย็น ทั้งหนาวทั้งอุ่น ตรงหน้าขาเปียกชุ่มไปหมด
“รู้มั้ยฮะ......ตอนนี้พี่น่ารักที่สุดเลย” สิ้นสุดคำพูดเขาก็ยกสะโพกเพรียวขึ้น ขยับตัวเข้าแทนที่เรียวนิ้วที่สอดอยู่ในช่องทางนั้น ความเจ็บเสียวทำเอาจียงร้องครางไม่เป็นภาษา
ทุกจังหวะเข้าออกที่สองร่างเชื่อมโยงกันผิวกายร้อนผะผ่าวก็เสียดสีไปมา เหมือนถูกไฟเผา เจ็บ ทรมาน แต่เป็นสุข ทุกครั้งที่จวนเจียนจะถึงปลายทางร่างด้านบนก็ผ่อนแรง กลั่นแกล้งแบบนี้จะฆ่ากันให้ตายหรือไร
“ซึงรี......” เสียงครางหวีดหวิวสลับกับเสียงเรียกร้องอ้อนวอน และแล้วความอดกลั้นก็ถึงขีดสุดเมื่อน้ำหยาดใสไหลออกมาจากหางตา จียงอดทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว “ซึงรี......นายรักพี่หรือเปล่า”
“รักสิฮะ.........ผมรักพี่” เด็กหนุ่มกระแทกตัวเข้าไปจนสุด เขาเองก็ต้องการอีกฝ่ายไม่น้อยไปกว่ากัน
ใครเคยบอกว่าสวรรค์เป็นสีขาว ไม่จริงหรอก สวรรค์เป็นสีรุ้งต่างหาก
ใครเคยบอกว่าสวรรค์เย็นชื่นฉ่ำ ไม่จริงหรอก สวรรค์ทั้งอุ่นทั้งร้อน
ใครเคยบอกว่าสวรรค์สวยงาม ไม่จริงหรอก สวรรค์ไม่ต่างจากนรกถ้าปราศจากคนที่เรารักมากที่สุด
บนสวรรค์มีเพียงความสุขก็จริง แต่เส้นทางไปสู่สวรรค์นั้นมีทั้งความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน
แต่ทั้งหมดนั้นเราก็ยินดีที่จะได้รับไม่ใช่หรือ ถ้าผู้ที่หยิบยื่นให้เป็นบุคคลที่เราปรารถนาอย่างที่สุด
เพราะสวรรค์ที่แท้จริงของจียงคือซึงรี
..................................................................................
.............................................................................
สายแล้วแต่จียงยังไม่ตื่น เพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าทำให้คนตัวบางนอนนิ่ง เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปแตะที่ผิวแก้ม ไล้ไปมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกตัว
ตั้งแต่แรกที่ได้พบกันพี่จียงเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอ คอยดูแลเอาใจใส่เขาทุกอย่าง ถึงบางครั้งจะชอบแกล้งหรือรุนแรงไปบ้าง แต่ทั้งหมดนั้นเขาก็รู้ว่ามันเป็นเพราะรัก พี่จียงรักเขามากแค่ไหนไม่ต้องอธิบายให้มากความ และเขาเองก็รักพี่จียงไม่แพ้กัน แต่สิ่งหนึ่งที่พี่จียงขอร้องเอาไว้ก็คือ
“อย่าบอกใครนะ เรื่องของเราให้รู้กันแค่เรา”
เขาเคยตั้งคำถามว่าทำไม แต่คำตอบที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้ม จียงพยายามที่จะบอกเขาว่าสักวันหนึ่งเขาจะเข้าใจด้วยตัวเอง และตอนนี้เขาก็เข้าใจมันอย่างชัดเจน เพราะความรักเป็นเรื่องระหว่างคนสองคน ไม่จำเป็นต้องบอกต้องพูด ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะรู้หรือไม่ แค่เรารักกันเท่านั้น นั่นแหละคือความหมายของคำว่ารักในแบบของจียง
จียงรักซึงรีมากขนาดนี้ แล้วซึงรีล่ะ รักพี่จียงแค่ไหน
“ผมเคยคิดว่า ผมคงรักพี่ไม่ได้ถึงครึ่งของที่พี่ให้ผม” เขาบอกอย่างไม่มั่นใจ “ถ้าเป็นแบบนั้นจริงพี่จะเสียใจมั้ยฮะ”
“ไม่เลย” จียงยิ้ม “พี่รักนาย เท่านั้นก็พอแล้วสำหรับพี่”
ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำ แต่ทำเพราะอยากทำ ยินดีที่จะทำ พอใจที่ได้ทำอย่างเต็มใจ
เพราะอย่างนี้ เขาถึงทิ้งพี่จียงไปไม่ได้ เขารู้ว่าตนเองสำคัญแค่ไหน สำคัญมากพอที่จียงจะพูดได้ว่าซึงรีคือลมหายใจอีกครึ่งหนึ่ง
.....................................................................................................
เขาลุกออกมาจากห้อง คิดว่าน่าจะทำอาหารเช้าเตรียมไว้เผื่อพี่จียงตื่นมาแล้วจะหิว ร่างโปร่งเดินตรงเข้าครัวไปเปิดตู้เย็นก้มๆ เงยๆ สักพักเขาก็รู้สึกเหมือนว่าถูกมอง เขาปิดตู้เย็นทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี และเมื่อหันตัวกลับมาสิ่งที่เขาพบก็คือสายตาคู่คมที่จับจ้องตรงเป้าหมาย สายตานั้นมองมาที่เขา
“ซึงรี........”
“มีอะไรเหรอฮะ” คนถูกเรียกเพียงส่งยิ้ม “หิวแล้วสินะฮะ” ซึงรีไม่ใช่คนโง่ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร และเพียงแค่คืนเดียวนั้นมันก็เพียงพอจะทำให้รู้ว่าชายหนุ่มรู้สึกเช่นไร
“ฉัน.......” ร่างใหญ่ค่อยย่างเท้าเข้ามาใกล้ “ซึงรี....” ท่อนแขนกำยำคว้าคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอด ทั้งที่อยู่ด้วยกันทุกวันแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ได้อยู่กันตามลำพัง ไม่มีครั้งไหนสบโอกาสพอจะได้ใกล้ชิด ชายหนุ่มคิดถึงค่ำคืนนั้น ค่ำคืนที่อบอุ่น หอมหวาน กรุ่นกลิ่นกายของน้องเล็กที่ยั่วเย้าจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ใบหน้าคมซุกที่เรือนผมไล่มาถึงพวงแก้ม ประหนึ่งขาดสติ
“พี่ท็อป........” มือยกขึ้นมาคั่นกลางเมื่อถูกรุกไล่มาจนเกือบถึงริมฝีปาก ต่างคนต่างหยุดนิ่งมองตากัน เขารู้ว่าควรจะหยุด
“แล้วฉันจะรอนะ” พี่ใหญ่ผละไปในทันที ดวงตาคู่คมหลุบลงต่ำจนอีกฝ่ายไม่อาจเห็นได้ว่าสายตานั้นแสดงความรู้สึกเช่นไรออกมา แต่พอจะเดาได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็เจ็บไม่แพ้กัน
ร่างโปร่งนิ่งคิด ตั้งแต่ผ่านคืนนั้นมาเขาไม่เคยรู้สึกผิดเลยกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เขาแค่รู้สึกสนุก สนุกที่ได้แกล้ง สนุกที่ได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับที่ไม่อาจมีใครได้เห็นของท็อป แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เขารู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด ทั้งผิดทั้งพลาดอย่างร้ายแรง เขากำลังเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น ทั้งจียงและท็อป จียงพี่ชายที่แสนดีผู้ที่เขาไม่มีวันหักหลัง ท็อปพี่ชายที่แสนอ่อนโยนผู้ที่มาทีหลังแต่กลับทำให้เขาหวั่นไหว ความรู้สึกของเขาไม่มั่นคงเหมือนอย่างที่เคย
มีอะไรที่พอจะแก้ไข มีอะไรที่เขาจะแก้ตัวได้บ้างหรือเปล่า
แล้วซึงรีควรจะทำอย่างไรดี
.................................................................................................
...........................................................................
..................................................................
“พี่ฮะ........คืนนี้ผมไปหาพี่ท็อปได้มั้ย” น้องเล็กค่อยกระเถิบตัวเข้ามาซบไหล่คนที่นั่งข้างๆ “นะฮะ........นะ” เขารู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จียงจะอนุญาต ตั้งแต่ผ่านคืนนั้นนี่เป็นอีกครั้งที่เขาขอไปอยู่กับท็อป หลังจากครั้งที่แล้วจียงปฏิเสธ และสั่งห้ามไม่ให้ซึงรีอยู่กับท็อปตามลำพัง
“นายคิดจะทำอะไร” ร่างบางถามเรียบๆ ทั้งที่ภายในใจเขาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเลย
“ก็แค่อยากแกล้งนิดหน่อย” รอยยิ้มกับแววตาซุกซนปรากฏขึ้นบนดวงหน้าขาวใส “นะฮะ” ร่างโปร่งรบเร้า
“ตามใจนายสิ” เขาถอนใจอย่างจำยอม ทั้งที่คิดว่าจะทำใจแข็ง แต่เมื่อไรที่น้องอ้อนกันแบบนี้เขาก็ใจร้ายไม่ลง “แต่แค่แกล้งนะ” เขาเตือนเหมือนจะย้ำให้รู้ว่าซึงรีมีสิทธิ์แค่ไหน ที่สำคัญเขายังอยู่ตรงนี้ทั้งคน
“แน่นอนฮะ” เด็กหนุ่มให้สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ เข้าใจดีว่ากำลังพูดอยู่กับใคร รู้ว่าท็อปเป็นได้แค่ไหน
“เด็กดี...” มือเรียวเอื้อมขึ้นขยี้หัวน้องเล็กอย่างเอ็นดู เลื่อนลงแตะเบาๆ ที่ผิวแก้ม
“ผมไปนะฮะ” ซึงรียิ้มหวานก่อนจะลุกออกไป เสียงประตูปิดลงทำให้จียงเจ็บแน่นในอก เขาไม่สามารถฉุดรั้งซึงรีเอาไว้ได้ ทั้งที่รักมากมาย หรือเป็นเพราะรักมากมาย
น้องน้อยของเขาก็เหมือนนกน้อย ไม่ชอบถูกกักขัง ไม่พอใจกับโซ่ตรวน อยากโผบิน ยินดีที่ได้กางปีกร่อนไปบนท้องฟ้า ยิ่งหน่วงเหนี่ยว ยิ่งดึงดัน ก็มีแต่จะยิ่งหนีหาย แต่นกน้อยตัวนี้เหมือนอินทรีย์ที่ไม่ว่าจะไปไกลแค่ไหนก็จะกลับมาหาเจ้าของ ร่อนลงกลับคืนบนท่อนแขนซึ่งรอคอยอยู่เสมอ
จียงเชื่ออย่างนั้น
เชื่อมั่นในตัวซึงรี
แต่มีบางอย่างที่เขาไม่อาจไว้ใจ
............................................................................
.........................................................................................
“ท็อป ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย”
to be con - - - - - น้องเล็ก...เรื่องเล็ก
nezumi talk ::
โม้แตกตามธรรมเนียม ตอนนี้พีคจีรีจีอีกแล้วครับทั่น สาเหตุมาจากรูปที่ไปขุดเจอของจียง แบบว่าดูดีมาก เท่อ่ะ เห็นแล้วชอบมาก รู้สึกว่านี่แหละจีดีของทุกคน!! จีดีเกิดมาเพื่อสิ่งนี้!! ชอบอ่ะ ชอบมากจริงๆ หลงจีดีชั่ววูบ ส่วนน้อง....รักเหมือนเดิมจ้ะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ตอนนี้มีแต่บิ๊กแบง จีรี เต็มโต๊ะทำงานเหมือนอีโรคจิตเลย 555+ ใครผ่านไปผ่านมาก็แซวว่าอีนี่ท่าจะบ้า แล้วไม่ได้ทำงานออฟฟิศปิดประตู ทำงานบริการ เป็นร้านในห้าง ใครมาก็เห็น แต่ไม่อายค่ะ หน้าด้านจริง - -"
มาเข้าเรื่องฟิก ก่อนจะออกทะเล ตอนนี้แต่งได้ลื่นมาก เพราะมันคือจีรีจี~ เรทอีกละ ฉันก็พยายามจะเรทแบบเลี่ยงๆ อ่ะนะ แค่นี้ก็เสียวสันหลังแว้บๆ ไอดัง คุกๆๆ ก็หวังว่าจะชอบกันนะ คำว่า to be con แปลว่ามันไม่จบแค่นี้แน่ๆ ใช่สิ มันเหมือนจะเคลียร์กันลงตัว แต่จียงมีอะไรกะชเวเทมโป้หนอ?? อยากรู้หละดิ ไม่บอกเฟ้ย!! บอกได้แค่ว่าตอนหน้าเป็นเทมจีจ้ะ
เรื่องนี้ก็คงไม่ยาวมาก ขี้เกียจสันหลังยาวพอแล้วไม่ต้องต่อเพิ่ม พยายามจะไม่ฆ่าตัวตาย มีทางเลือกจบอยู่ 2 แบบแต่ตอนนี้เอียงไปแบบแรก
กด 1 ถ้าท่านต้องการจีรี
กด 2 ถ้าท่านต้องการสองซึง
กด 3 ถ้าท่านต้องการ เทมจีรี
กด 4 ถ้าท่านไม่ต้องการทั้งหมดที่ว่ามา ((ยังไงกันแน่วะ))
ถ้าตัดใจไม่ลง ไม่ต้องกด 5555+
แล้วก็มีของใหม่ แต่เอาไว้เย็นๆ ค่อยอัพอีกทีนะ
เช่นเคย ท่านแอบอ่านหนูชื่นใจ ท่านเม้นให้หนูชื่นชม ขอบคุณทุกเม้นล่วงหน้าจ้ะ ^0^
edit @ 4 Jul 2008 00:50:03 by มิซึมาจิ เนซึมิ❤巨深ポセイドン

