น้องเล็ก.......น้องรัก

ร่างโปร่งนั่งพลิกดูแม็กกาซีนเล่มใหม่อยู่หลายรอบ  นอกจากสกู๊ปข่าวเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับบิ๊กแบงแล้ว เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า  แฟชั่นก็เป็นอีกอย่างที่เขาสนใจ  แต่ก็แค่ดูโดยไม่คิดจะอยากได้  เพราะเท่าที่มีมันก็มากพอแล้ว  อะไรก็ได้ที่ต้องการถ้าหากเป็นฝ่ายชนะ

นั่นสิ  อะไรถึงจะดีนะ

“ตัดสินใจได้หรือยัง  ซึงรี” คนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำเดินตรงเข้ามากอด
“ยังเลยฮะ พี่จียง” ใบหน้าเรียวทำท่าทางเหมือนลำบากใจที่จะเลือก  จริงๆ มันก็มีหลายอย่างที่อยากได้  แต่ไหนๆ ก็ชนะพนันทั้งที  ต้องขออะไรที่มันสมราคาสักหน่อย
ร่างบางหยิบถุงกระดาษใบโตขึ้นมายื่นให้  ในทันทีที่เปิดดูผู้ที่ได้รับก็ต้องระเบิดหัวเราะออกมา  เพราะในนั้นมีแต่ขนม ช็อกโกแลตเป็นสิบแท่ง  และมันฝรั่งถุงใหญ่ที่เขาชอบเกือบสิบถุง
“พี่ฮะ.........” น้องเล็กลากเสียง  แต่คุณพี่หัวหน้าวงกลับยิ้มกว้าง  ขนมพวกนี้บอกได้เป็นอย่างดีว่าจียงมองและคิดกับซึงรีเช่นไร
“ฉันให้เพราะอยากให้”  แน่นอนว่านี่ไม่ใช่คำขอ  แต่เป็นของขวัญเล็กๆ เท่านั้น  “ไว้นายคิดออกว่าอยากได้อะไรค่อยมาบอกแล้วกัน”  
หลังจากคุยกันสักพักร่างบางก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียง  เหลือบดูนาฬิกาแล้วก็ไม่ถือว่าดึกเท่าไร  แต่ต้องต่อสู้กับงานหนักไม่ว่าใครคงต้องการพักผ่อน  
“นอนเถอะนะ  วันนี้พี่เหนื่อย”  จียงดึงตัวน้องเล็กที่นั่งอยู่ข้างกันให้ล้มลงนอนก่อนจะพาดแขนรวบไว้ในอ้อมกอด
“แต่ผมยังไม่ง่วงเลยนี่นา”  เขางอแง  ถึงจะทำงานหนักมาเหมือนกันแต่เขากลับรู้สึกสนุกแถมยังไม่เหนื่อยเลยสักนิด
“ทำไมนายถึงได้ดื้ออย่างนี้นะ”  ร่างบางพ่นลมออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน
“นะฮะ พี่จียง” เขาอ้อน “นะ....... ถ้าพี่เหนื่อยผมจะทำให้พี่เอง”  

ถ้าเป็นเมื่อก่อนซึงรีคงแพ้แรงจียง  ครั้งแรกที่พบกันซึงรีอายุเพียง 16 ปี  นอกจากจะเป็นน้องเล็กแล้วยังตัวเล็กอีกด้วย  แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว  ซึงรีตัวสูงขึ้นจนสูงกว่าจียงซะอีก  เรี่ยวแรงก็ไม่ใช่น้อย  ยิ่งในเวลาที่จียงไม่คิดจะต่อสู้แล้วมันจะไปยากอะไรที่จะทำให้จียงนอนอยู่ใต้ร่างอย่างว่าง่าย

เด็กหนุ่มค่อยจูบเบาๆ ที่ผิวแก้มไล้เรื่อยมายังลำคอก่อนจะกลับขึ้นมาที่ริมฝีปากและดูดดื่มริมฝีปากนั้นย้ำๆ จนเสียงครางอือลอดออกมา  ทั้งที่เพิ่งบอกไปว่าเหนื่อยและไม่คิดว่าจะมีอารมณ์ร่วมแต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อความเย้ายวนถูกหยิบยื่นให้จียงก็อดที่จะตอบสนองไม่ได้   แล้วเขาก็รู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายกำลังไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ
“คนดีของผม” เสียงหวานกล่อมอยู่ที่ข้างหู  “พี่จียงของผม”  
มือบางที่ตั้งท่าเหมือนจะห้ามในตอนแรกกลับกลายเป็นโน้มไหล่ร่างด้านบนลงมา  รูดซิปฮู้ดเสื้อแขนยาวลงโดยไม่เร่งร้อนก่อนกระชากดึงให้พ้นทาง  ผิดคาด  ซึงรีไม่ได้สวมเสื้ออีกตัวไว้ข้างใน  เด็กหนุ่มยิ้ม  เป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ซึงเพียงวาดโค้งขึ้นที่มุมปากเล็กน้อย  น่ารักน่าเอ็นดูตามแบบฉบับน้องเล็ก  แต่มันกลับทำให้คนมองเย็นสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก
“อ๊ะ!!” ร่างบางสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายดึงชายเสื้อขึ้นก่อนจะซุกปลายจมูกลงกับหน้าท้อง  มือคู่เดิมค่อยเลื่อนขึ้นเขี่ยปลายนิ้วหยอกล้อยอดอกที่ตอบสนองในทันที  ลมหายใจอุ่นร้อนกระทบผิว  ลมหายใจนั้นกำลังเคลื่อนขึ้นมาถึงตรงที่กำลังถูกบีบกดจนตั้งแข็ง  แล้วเรียวลิ้นชุ่มชื้นก็ไล้วนไปมาพร้อมกับที่ขอบกางเกงของร่างข้างใต้ถูกดึงต่ำลงจนเสียสีกับส่วนที่ตื่นตัว  
“ซึงรี!!”  สะโพกบางบิดเร่าๆ  เสียงร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายหลายต่อหลายครั้ง  ดวงตาเรียวหลับพริ้ม  ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน  ผ่อนลมหายใจออกเป็นระยะ  ยิ่งเห็นสีหน้าทรมานเท่าไร  คนด้านบนกลับยิ่งสนุกกับการกลั่นแกล้งมากขึ้นเท่านั้น  พี่จียงในเวลานี้ยั่วเย้า  น่ามองอย่างที่สุด  ไม่จำเป็นต้องเปล่าเปลือย  แค่เปิดให้เห็นแผ่นอกกับลำตัวบางส่วนก็พอ  ที่เหลือเขาอยากจินตนาการถึงมันเอง  แม้เสื้อผ้าพวกนั้นจะเกะกะขวางทางไม่ให้เขาได้สัมผัสกันและกันอย่างแนบเนื้อก็ไม่เป็นไร  บางครั้งความสนุกของการร่วมรักก็อยู่ที่การได้ลองอะไรใหม่ๆ  ไม่ต้องทำแบบเดิมเหมือนที่เคยทำหรอก

“ซึงรี........” มือเรียวบางตะกายไขว่คว้าร่างโปร่งลงมากอด  บิดกายไปมา  แสดงให้รู้ว่าอยากสมหวังมากแค่ไหน  มือนั้นรีบปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงของคนอ่อนวัยด้วยความรีบลน  เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอ  เขายอมนิ่งให้อีกฝ่ายทำตามต้องการ  และเมื่อส่วนกลางลำตัวของทั้งสองสัมผัสกันร่างบางก็ส่งเสียงครางกระเส่า
“จะรีบไปไหนครับ  คนดี.......” ร่างด้านบนกระเถิบหนีเล็กน้อย
“ซึงรี.....ใจร้าย..........” จียงหลับตาแน่น  ทรมานเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา “เราบอกไม่ใช่เหรอ ว่าจะทำให้พี่”
“อืม........นั่นสินะครับ” เจ้าของดวงตาซุกซนกระตุกยิ้มก่อนจะเคลื่อนตัวลงมา  สอดมือเข้าในขอบกางเกง  ถึงตอนนี้สิ่งที่ขวางทางอยู่มันกลายเป็นเกะกะขึ้นมาซะแล้ว  เด็กหนุ่มกระชากดึงมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี  แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาต้องเผยยิ้มกว้างกว่าเดิม  เรียวขาบางกำลังแยกออก  ส่วนกลางลำตัวแข็งขึงพร้อมจะยอมให้อีกฝ่ายทำทุกอย่าง  ขอเพียงแค่ได้สมหวัง

ปลายลิ้นชื้นตวัดเอาส่วนยอดแล้วขบเม้มเบาๆ พอให้รู้สึก
“ซึงรี.......”  สะโพกเพรียวแอ่นขึ้นรับความสุขเมื่อส่วนอ่อนไหวถูกครอบครอง  แต่ความสุขยังมีมากกว่านั้นเมื่อเรียวนิ้วของร่างด้านบนค่อยแทรกผ่านช่องทางคับแคบด้านหลัง  หัวสมองมึนตื้อไปหมด  ภาพตรงหน้าพร่ามัวเหลือเพียงผิวเนื้อที่ยังสัมผัสถึงกันได้  “พี่......พี่ไม่ไหวแล้ว”  จียงยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเอง  เขากำลังกลั้นเสียงน่าละอายที่จะถูกปล่อยออกมาพร้อมกับความสุขสม  
ร่างโปร่งเร่งเร้า  ขยับมือให้ลึกและสอดนิ้วเข้าไปอีก  ในที่สุดร่างข้างใต้ก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไป  เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงหอบหายใจ  ทั้งร้อนทั้งเย็น  ทั้งหนาวทั้งอุ่น  ตรงหน้าขาเปียกชุ่มไปหมด
“รู้มั้ยฮะ......ตอนนี้พี่น่ารักที่สุดเลย”  สิ้นสุดคำพูดเขาก็ยกสะโพกเพรียวขึ้น  ขยับตัวเข้าแทนที่เรียวนิ้วที่สอดอยู่ในช่องทางนั้น  ความเจ็บเสียวทำเอาจียงร้องครางไม่เป็นภาษา      
ทุกจังหวะเข้าออกที่สองร่างเชื่อมโยงกันผิวกายร้อนผะผ่าวก็เสียดสีไปมา  เหมือนถูกไฟเผา  เจ็บ  ทรมาน  แต่เป็นสุข  ทุกครั้งที่จวนเจียนจะถึงปลายทางร่างด้านบนก็ผ่อนแรง  กลั่นแกล้งแบบนี้จะฆ่ากันให้ตายหรือไร  
“ซึงรี......” เสียงครางหวีดหวิวสลับกับเสียงเรียกร้องอ้อนวอน  และแล้วความอดกลั้นก็ถึงขีดสุดเมื่อน้ำหยาดใสไหลออกมาจากหางตา  จียงอดทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว  “ซึงรี......นายรักพี่หรือเปล่า”
“รักสิฮะ.........ผมรักพี่”  เด็กหนุ่มกระแทกตัวเข้าไปจนสุด  เขาเองก็ต้องการอีกฝ่ายไม่น้อยไปกว่ากัน  

ใครเคยบอกว่าสวรรค์เป็นสีขาว  ไม่จริงหรอก สวรรค์เป็นสีรุ้งต่างหาก  
ใครเคยบอกว่าสวรรค์เย็นชื่นฉ่ำ  ไม่จริงหรอก  สวรรค์ทั้งอุ่นทั้งร้อน
ใครเคยบอกว่าสวรรค์สวยงาม  ไม่จริงหรอก  สวรรค์ไม่ต่างจากนรกถ้าปราศจากคนที่เรารักมากที่สุด
บนสวรรค์มีเพียงความสุขก็จริง  แต่เส้นทางไปสู่สวรรค์นั้นมีทั้งความเจ็บปวด  ความทุกข์ทรมาน  
แต่ทั้งหมดนั้นเราก็ยินดีที่จะได้รับไม่ใช่หรือ  ถ้าผู้ที่หยิบยื่นให้เป็นบุคคลที่เราปรารถนาอย่างที่สุด

เพราะสวรรค์ที่แท้จริงของจียงคือซึงรี



..................................................................................

.............................................................................


สายแล้วแต่จียงยังไม่ตื่น  เพราะร่างกายที่เหนื่อยล้าทำให้คนตัวบางนอนนิ่ง  เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปแตะที่ผิวแก้ม  ไล้ไปมาเบาๆ ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกตัว  

ตั้งแต่แรกที่ได้พบกันพี่จียงเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอ  คอยดูแลเอาใจใส่เขาทุกอย่าง  ถึงบางครั้งจะชอบแกล้งหรือรุนแรงไปบ้าง  แต่ทั้งหมดนั้นเขาก็รู้ว่ามันเป็นเพราะรัก  พี่จียงรักเขามากแค่ไหนไม่ต้องอธิบายให้มากความ  และเขาเองก็รักพี่จียงไม่แพ้กัน  แต่สิ่งหนึ่งที่พี่จียงขอร้องเอาไว้ก็คือ

“อย่าบอกใครนะ  เรื่องของเราให้รู้กันแค่เรา”
 
เขาเคยตั้งคำถามว่าทำไม  แต่คำตอบที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้ม  จียงพยายามที่จะบอกเขาว่าสักวันหนึ่งเขาจะเข้าใจด้วยตัวเอง  และตอนนี้เขาก็เข้าใจมันอย่างชัดเจน  เพราะความรักเป็นเรื่องระหว่างคนสองคน  ไม่จำเป็นต้องบอกต้องพูด  ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะรู้หรือไม่  แค่เรารักกันเท่านั้น  นั่นแหละคือความหมายของคำว่ารักในแบบของจียง

จียงรักซึงรีมากขนาดนี้  แล้วซึงรีล่ะ  รักพี่จียงแค่ไหน
“ผมเคยคิดว่า  ผมคงรักพี่ไม่ได้ถึงครึ่งของที่พี่ให้ผม”  เขาบอกอย่างไม่มั่นใจ  “ถ้าเป็นแบบนั้นจริงพี่จะเสียใจมั้ยฮะ”
“ไม่เลย” จียงยิ้ม “พี่รักนาย  เท่านั้นก็พอแล้วสำหรับพี่”

ไม่ใช่หน้าที่  ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำ  แต่ทำเพราะอยากทำ  ยินดีที่จะทำ  พอใจที่ได้ทำอย่างเต็มใจ
เพราะอย่างนี้  เขาถึงทิ้งพี่จียงไปไม่ได้  เขารู้ว่าตนเองสำคัญแค่ไหน  สำคัญมากพอที่จียงจะพูดได้ว่าซึงรีคือลมหายใจอีกครึ่งหนึ่ง


.....................................................................................................


เขาลุกออกมาจากห้อง  คิดว่าน่าจะทำอาหารเช้าเตรียมไว้เผื่อพี่จียงตื่นมาแล้วจะหิว  ร่างโปร่งเดินตรงเข้าครัวไปเปิดตู้เย็นก้มๆ เงยๆ สักพักเขาก็รู้สึกเหมือนว่าถูกมอง  เขาปิดตู้เย็นทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี  และเมื่อหันตัวกลับมาสิ่งที่เขาพบก็คือสายตาคู่คมที่จับจ้องตรงเป้าหมาย  สายตานั้นมองมาที่เขา

“ซึงรี........”
“มีอะไรเหรอฮะ” คนถูกเรียกเพียงส่งยิ้ม “หิวแล้วสินะฮะ” ซึงรีไม่ใช่คนโง่  ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไร  และเพียงแค่คืนเดียวนั้นมันก็เพียงพอจะทำให้รู้ว่าชายหนุ่มรู้สึกเช่นไร  
“ฉัน.......” ร่างใหญ่ค่อยย่างเท้าเข้ามาใกล้  “ซึงรี....” ท่อนแขนกำยำคว้าคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอด  ทั้งที่อยู่ด้วยกันทุกวันแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ได้อยู่กันตามลำพัง  ไม่มีครั้งไหนสบโอกาสพอจะได้ใกล้ชิด  ชายหนุ่มคิดถึงค่ำคืนนั้น  ค่ำคืนที่อบอุ่น  หอมหวาน  กรุ่นกลิ่นกายของน้องเล็กที่ยั่วเย้าจนควบคุมตัวเองไม่อยู่  ใบหน้าคมซุกที่เรือนผมไล่มาถึงพวงแก้ม  ประหนึ่งขาดสติ      
“พี่ท็อป........”  มือยกขึ้นมาคั่นกลางเมื่อถูกรุกไล่มาจนเกือบถึงริมฝีปาก  ต่างคนต่างหยุดนิ่งมองตากัน เขารู้ว่าควรจะหยุด
“แล้วฉันจะรอนะ” พี่ใหญ่ผละไปในทันที  ดวงตาคู่คมหลุบลงต่ำจนอีกฝ่ายไม่อาจเห็นได้ว่าสายตานั้นแสดงความรู้สึกเช่นไรออกมา  แต่พอจะเดาได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็เจ็บไม่แพ้กัน  


ร่างโปร่งนิ่งคิด  ตั้งแต่ผ่านคืนนั้นมาเขาไม่เคยรู้สึกผิดเลยกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป  เขาแค่รู้สึกสนุก  สนุกที่ได้แกล้ง  สนุกที่ได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับที่ไม่อาจมีใครได้เห็นของท็อป  แต่ตอนนี้มันไม่ใช่  เขารู้ตัวแล้วว่าสิ่งที่เขาทำมันผิด  ทั้งผิดทั้งพลาดอย่างร้ายแรง  เขากำลังเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น  ทั้งจียงและท็อป  จียงพี่ชายที่แสนดีผู้ที่เขาไม่มีวันหักหลัง  ท็อปพี่ชายที่แสนอ่อนโยนผู้ที่มาทีหลังแต่กลับทำให้เขาหวั่นไหว  ความรู้สึกของเขาไม่มั่นคงเหมือนอย่างที่เคย

มีอะไรที่พอจะแก้ไข  มีอะไรที่เขาจะแก้ตัวได้บ้างหรือเปล่า
แล้วซึงรีควรจะทำอย่างไรดี

.................................................................................................
...........................................................................


..................................................................

“พี่ฮะ........คืนนี้ผมไปหาพี่ท็อปได้มั้ย”  น้องเล็กค่อยกระเถิบตัวเข้ามาซบไหล่คนที่นั่งข้างๆ  “นะฮะ........นะ”  เขารู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จียงจะอนุญาต  ตั้งแต่ผ่านคืนนั้นนี่เป็นอีกครั้งที่เขาขอไปอยู่กับท็อป  หลังจากครั้งที่แล้วจียงปฏิเสธ  และสั่งห้ามไม่ให้ซึงรีอยู่กับท็อปตามลำพัง
“นายคิดจะทำอะไร” ร่างบางถามเรียบๆ ทั้งที่ภายในใจเขาไม่ได้สงบนิ่งเหมือนน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเลย  
“ก็แค่อยากแกล้งนิดหน่อย” รอยยิ้มกับแววตาซุกซนปรากฏขึ้นบนดวงหน้าขาวใส “นะฮะ” ร่างโปร่งรบเร้า
“ตามใจนายสิ”  เขาถอนใจอย่างจำยอม  ทั้งที่คิดว่าจะทำใจแข็ง  แต่เมื่อไรที่น้องอ้อนกันแบบนี้เขาก็ใจร้ายไม่ลง “แต่แค่แกล้งนะ”  เขาเตือนเหมือนจะย้ำให้รู้ว่าซึงรีมีสิทธิ์แค่ไหน  ที่สำคัญเขายังอยู่ตรงนี้ทั้งคน
“แน่นอนฮะ” เด็กหนุ่มให้สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ  เข้าใจดีว่ากำลังพูดอยู่กับใคร  รู้ว่าท็อปเป็นได้แค่ไหน
“เด็กดี...”  มือเรียวเอื้อมขึ้นขยี้หัวน้องเล็กอย่างเอ็นดู  เลื่อนลงแตะเบาๆ ที่ผิวแก้ม
“ผมไปนะฮะ”  ซึงรียิ้มหวานก่อนจะลุกออกไป  เสียงประตูปิดลงทำให้จียงเจ็บแน่นในอก  เขาไม่สามารถฉุดรั้งซึงรีเอาไว้ได้  ทั้งที่รักมากมาย  หรือเป็นเพราะรักมากมาย

น้องน้อยของเขาก็เหมือนนกน้อย  ไม่ชอบถูกกักขัง  ไม่พอใจกับโซ่ตรวน  อยากโผบิน  ยินดีที่ได้กางปีกร่อนไปบนท้องฟ้า  ยิ่งหน่วงเหนี่ยว  ยิ่งดึงดัน ก็มีแต่จะยิ่งหนีหาย  แต่นกน้อยตัวนี้เหมือนอินทรีย์ที่ไม่ว่าจะไปไกลแค่ไหนก็จะกลับมาหาเจ้าของ  ร่อนลงกลับคืนบนท่อนแขนซึ่งรอคอยอยู่เสมอ

จียงเชื่ออย่างนั้น

เชื่อมั่นในตัวซึงรี
แต่มีบางอย่างที่เขาไม่อาจไว้ใจ

............................................................................
.........................................................................................

“ท็อป  ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย”

 

to be con - - - - - น้องเล็ก...เรื่องเล็ก

 

nezumi talk ::

โม้แตกตามธรรมเนียม ตอนนี้พีคจีรีจีอีกแล้วครับทั่น สาเหตุมาจากรูปที่ไปขุดเจอของจียง แบบว่าดูดีมาก เท่อ่ะ เห็นแล้วชอบมาก รู้สึกว่านี่แหละจีดีของทุกคน!! จีดีเกิดมาเพื่อสิ่งนี้!! ชอบอ่ะ ชอบมากจริงๆ หลงจีดีชั่ววูบ ส่วนน้อง....รักเหมือนเดิมจ้ะ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ตอนนี้มีแต่บิ๊กแบง จีรี เต็มโต๊ะทำงานเหมือนอีโรคจิตเลย 555+ ใครผ่านไปผ่านมาก็แซวว่าอีนี่ท่าจะบ้า แล้วไม่ได้ทำงานออฟฟิศปิดประตู ทำงานบริการ เป็นร้านในห้าง ใครมาก็เห็น แต่ไม่อายค่ะ หน้าด้านจริง - -"

มาเข้าเรื่องฟิก ก่อนจะออกทะเล ตอนนี้แต่งได้ลื่นมาก เพราะมันคือจีรีจี~ เรทอีกละ ฉันก็พยายามจะเรทแบบเลี่ยงๆ อ่ะนะ แค่นี้ก็เสียวสันหลังแว้บๆ ไอดัง คุกๆๆ ก็หวังว่าจะชอบกันนะ คำว่า to be con แปลว่ามันไม่จบแค่นี้แน่ๆ ใช่สิ มันเหมือนจะเคลียร์กันลงตัว แต่จียงมีอะไรกะชเวเทมโป้หนอ?? อยากรู้หละดิ ไม่บอกเฟ้ย!! บอกได้แค่ว่าตอนหน้าเป็นเทมจีจ้ะ

เรื่องนี้ก็คงไม่ยาวมาก ขี้เกียจสันหลังยาวพอแล้วไม่ต้องต่อเพิ่ม พยายามจะไม่ฆ่าตัวตาย มีทางเลือกจบอยู่ 2 แบบแต่ตอนนี้เอียงไปแบบแรก

กด 1 ถ้าท่านต้องการจีรี
กด 2 ถ้าท่านต้องการสองซึง
กด 3 ถ้าท่านต้องการ เทมจีรี
กด 4 ถ้าท่านไม่ต้องการทั้งหมดที่ว่ามา ((ยังไงกันแน่วะ))
ถ้าตัดใจไม่ลง ไม่ต้องกด 5555+

แล้วก็มีของใหม่ แต่เอาไว้เย็นๆ ค่อยอัพอีกทีนะ

เช่นเคย ท่านแอบอ่านหนูชื่นใจ ท่านเม้นให้หนูชื่นชม ขอบคุณทุกเม้นล่วงหน้าจ้ะ ^0^

edit @ 4 Jul 2008 00:50:03 by มิซึมาจิ เนซึมิ❤巨深ポセイドン

 

 [SF BB] น้องเล็ก...ไม่ร้าย --- 2xSeungHyun

note::  ไม่เคยลงฟิกเรทในบล็อกเลย  เพราะกลัวติดคุก - -"  แต่ครั้งนี้เพื่อน้องวันนะจ๊ะ  รักมาก  อยากเป็นกำลังใจให้  ฉันปลอบใจใครไม่เก่ง  แต่เมื่อไรที่ทุกข์ใจก็มาหาฉันเถอะ  ฉันอาจจะทำได้ดีที่สุดแค่นิ่งฟัง  แต่รู้ไว้เถอะว่าฉันไม่มีทางจะเดินหนีไปไหนแน่นอน ^^

 น้องเล็ก  ไม่ร้าย 
Little Brother, not a devilish one


น้องเล็ก.....ใช่

น่ารัก.....ใช่

ซุกซน.....ใช่

เอาแต่ใจ.....ใช่

ขี้อ้อน.....ไม่แน่

ใสซื่อ.....ไม่รู้

น้องเล็ก  น่ารัก ซุกซน เอาแต่ใจ  ขี้อ้อน  ใสซื่อ  บุคลิกของผู้ที่อ่อนวัยที่สุดมักจะเป็นแบบนั้น  แต่ไม่ใช่กับอีซึงฮยอน  เขาก็แค่ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น  หรือถูกกำหนดให้ต้องวางตัวเช่นนั้น  แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาไม่ใช่ ไม่เหมือนเลยกับสิ่งที่ใครต่อใครได้เห็น

 แล้วจะมีใครมั้ยที่รู้ถึงตัวตนจริงๆ ของเขา

 "ฉันรู้ว่านายรู้"  ร่างใหญ่นั่งลงข้างๆ หัวหน้าวงที่เอาแต่จดจ้องกับจอคอมพิวเตอร์คล้ายจะไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูด  "ซึงรีแกล้งป่วย เพราะไม่อยากไปออกรายการนั้นกับฉัน"  ชายหนุ่มเริ่มเสียงดัง  เขากระวนกระวายจนแทบบ้าที่ต้องไปคนเดียวไม่พอ  ใจเขาหยุดคิดถึงคนที่สมควรอยู่กับเขาไม่ได้เลย

ตารางงานของพวกเขาจะถูกแจกแจงล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์  และทั้งหมดนั้นคือคิวงานที่ต้องไปถ่ายทำโดยปฏิเสธไม่ได้  เพราะผู้จัดการและสตาฟฟ์ตอบรับไปแล้วเรียบร้อย  เว้นแต่ว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจึงจะบอกยกเลิกได้  และอาการป่วยกะทันหันของซึงรีก็นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้อย่างหนึ่ง  

"นายอคติกับน้องมากเกินไปแล้วนะ ท็อป" จียงพูดเรียบๆ "ตัวร้อนขนาดนั้นจะให้ไปทำงานได้ยังไง"
ไม่ว่าใครก็รู้ทั้งนั้นว่าท็อปมักจะมีปัญหากับพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของซึงรี  และจะมีปัญหาใหญ่มากถ้าพี่ๆ ในวงเอาใจซึงรี

คนตัวโตกำหมัดแน่น  เขาอดทนมานานเกินไปแล้วกับความเอาแต่ใจของซึงรี  และความช่างตามใจเกินขนาดของจียง  เขาอยากสบถใส่หน้าอีกฝ่ายว่าเข้าข้างเจ้าน้องนั่นมากเกินไปแล้ว  แต่เขาก็รู้ตัวว่าเขาไม่มีเวลาพอจะดูเลยสักนิดว่าซึงรีเป็นยังไง  เขาจึงเถียงไม่ออก
"ถ้านายว่างพอจะมารบกวนการแต่งเพลงของฉัน นายก็ควรจะเข้าไปดูซะหน่อยนะว่าน้องหายไข้หรือยัง"

จริงอย่างที่จียงพูด  ในฐานะพี่ใหญ่ สิ่งหนึ่งซึ่งต้องทำคือการดูแลน้อง

ชายหนุ่มเคาะประตูห้องเบาๆ ก่อนจะเปิดเข้าไปภายใน  ร่างโปร่งยืนรับลมอยู่ริมหน้าต่าง  ใบหน้าขาวใสดูไม่เหมือนคนป่วยไข้เลยสักนิดในความคิดของเขา
"พี่ท็อป....." เจ้าของห้องหันมายิ้มให้
"นายป่วยไม่ใช่หรือไง"  เขาถามเรียบๆ แม้ภายในจะสะกดกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้
"คนป่วยต้องนอนอยู่บนเตียงเท่านั้นเหรอฮะ”  ร่างโปร่งย้อน  แววตาที่เขาเกลียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวใส  แววตานั้นเหมือนจะยิ้มเยาะ
“นายไม่ได้ป่วยจริง!” เขาขึ้นเสียง
"แต่ผมตัวร้อนจริงๆ นะ" คนตัวเล็กก้าวเข้ามาหา  จับมืออีกฝ่ายแนบลงตรงลำคอ  ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปกลายเป็นน้ำเสียงอ่อนและแววตาออดอ้อน  ราวกับร่ายมนตร์
"ซึงรี!! นาย!!!" ร่างใหญ่รีบชักมือกลับ  ผิวเนื้ออุ่นร้อนที่ได้สัมผัสเมื่อครู่นุ่มนวลจนต้องประหลาดใจ
"ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะฮะ"  ดวงตาคู่เดิมช้อนขึ้นมองก่อนจะหันหลังให้ในทันทีคล้ายกับน้อยใจ

คนตัวโตนิ่งอึ้งกับปฏิกิริยาที่ได้รับ  ทั้งที่เขาคิดร้ายและให้ร้ายไปแบบนั้น  แต่น้องเล็กก็ไม่โต้ตอบใดๆ  เขายกมือขึ้นมาตั้งท่าเหมือนจะจับไหล่ร่างที่หันหลังแต่เขาก็ทิ้งมือลงข้างตัวด้วยความงุ่นง่าน  เขากำลังหงุดหงิดตัวเอง  และกำลังรู้สึกผิดต่อน้องเอามากๆ
“ถ้าพี่ไม่ได้มาเพราะเป็นห่วงผมก็กลับไปเถอะฮะ”  น้ำเสียงราบเรียบไม่สื่ออารมณ์ใดๆ ยากที่จะบอกได้ว่าคนพูดรู้สึกเช่นไร
“ซึงรี.....ฉันขอโทษ” เขายกมือขึ้นอีกครั้งและค่อยๆ วางมันลงไหล่บางเบาๆ เหมือนกลัวที่จะทำให้น้องซึ่งกำลังป่วยอยู่แล้วต้องเจ็บ  ไม่ได้เป็นห่วงอย่างนั้นเหรอ
“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษพี่  ผมปล่อยให้พี่ไปทำงานคนเดียว”
“ฉันไม่เป็นไร  นายพักผ่อนเถอะ”  เขารู้สึกเจ็บปลาบตรงกลางอกอย่างบอกไม่ถูก

ร่างโปร่งไม่ว่าอะไรอีก  เพียงแค่เดินมาเอนตัวลงนอนที่เตียง  แล้วคนที่อยู่ด้วยก็เดินตามมาห่มผ้าให้  เจ้าของดวงตาคู่คมมองใบหน้าขาวใสก่อนจะก้มลงใกล้ๆ  เหมือนสมองสั่งการโดยไม่ทันไตร่ตรอง  มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาไล้ไปตามผิวแก้มเนียน   ร่างที่นอนอยู่อมยิ้ม  ไม่ปัดป้อง  ไม่ขัดขืน

“อยู่ใกล้ผมมากๆ เดี๋ยวจะติดไข้นะฮะ” 
“จริงเหรอ......ไม่รู้สินะ” 
“ลองมั้ยล่ะฮะ”
เด็กหนุ่มตวัดแขนโน้มรอบลำคอให้ร่างด้านบนก้มลงแนบริมฝีปาก  แล้วก็เป็นน้องเล็กที่จับมือพี่ใหญ่ให้สอดเข้าในคอเสื้อ  ลมหายใจของกันและกันแผ่วร้อน  ริมฝีปากอุ่น  ปลายลิ้นเกี่ยวพันกันไปมา  ความรู้สึกภายในที่ถูกเก็บซ่อนกำลังถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกับรสจูบอันเย้ายวน  คนอ่อนวัยที่เขาไม่เคยคิดจะเอ็นดูในแบบที่คนอื่นทำ  ไม่เคยคิดว่าจะยอมให้อย่างที่คนอื่นยอม  ใครต่อใครก็เอาใจน้องยกเว้นเขา  เพราะอย่างนั้นเขาถึงไม่เคยพอใจซึงรี  แล้วมันเป็นความผิดของน้องหรือไร  กับการที่เขาไม่อยากเป็นเหมือนคนอื่น 

ให้เป็นแค่พี่ชาย  เขาไม่ต้องการ

“ซึงรี......ฉัน........”
“อย่าฮะ.......อย่าเพิ่งพูดตอนนี้”
ร่างโปร่งจับมือนั้นเลื่อนลงมาที่ขอบกางเกง  ถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป  เขาดึงมันให้ร่นลงก่อนจะสัมผัสกับส่วนอ่อนไหวอย่างเชื่องช้าจนเสียงครางแผ่วลอดออกมาจากคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง  ดวงตาเรียวหลับพริ้ม  ขบคมเขี้ยวกับริมฝีปากล่าง  เพียงแค่มองเขาก็ร้อนไปทั้งตัว

เรียวนิ้วน้อยๆ ค่อยไต่ไปตามแผ่นหลังกว้างลูบไล้ขึ้นและลงปลุกอารมณ์ให้ร่างด้านบนยิ่งออกแรงกระทำแล้วจึงค่อยปลดเข็มขัดกับตะขอกางเกงเพื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกเช่นไร

ใกล้เหลือเกิน  การตอบสนองอารมณ์ของกันและกันช่างใกล้ปลายทางแห่งความสุข

แต่........มันเร็วเกินไปหรือเปล่า  แค่นี้..........มันง่ายเกินไป

คนตัวเล็กปล่อยมือและกระเถิบหนีห่างทำให้ร่างใหญ่ได้แต่อึ้ง ความปวดแน่นกลางลำตัวยังคงค้างคา  ไม่โกรธ  ไม่หัวเสีย  แต่ต้องการการปลดปล่อย  เขาไม่ชอบการกลั่นแกล้งอย่างนี้เลย  เพราะมันยิ่งทำให้เขาปรารถนาอีกฝ่ายมากกว่าเดิม  มากจนเขาอาจจะรุนแรงหรือดุร้ายขึ้นมาก็เป็นได้  ถึงอย่างนั้นเจ้าของแววตาใสซื่อเมื่อครู่ก็ไม่ได้เกรงกลัว  แต่กลับแข็งกร้าว  มุมปากกระตุกโค้งขึ้นเป็นการท้าทายให้ร่างใหญ่เข้าหา

ทั้งที่รู้แต่ชายหนุ่มก็ยังเดินไปตามเกม 
เกมที่ซึงรีควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้อยู่มือ

ร่างโปร่งดันตัวขึ้นถลกเสื้อที่สวมขึ้นมา  ถอดมันออกและโยนลงบนพื้น  ภาพรอยยิ้มของหนุ่มน้อยคนเดิมสลายหายไปหมดสิ้น  แต่ยังคงมีแววตาซุกซน  คนที่นิ่งมองรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อตรงกลางอกที่เต้นแรงราวกับจะระเบิดออกมา  ที่ส่วนนั้นก็ยังคงตื่นตัวและยิ่งตื่นตัวเมื่อได้เห็นผิวขาวนวลเต็มตา 
“จะมองอีกนานมั้ยฮะ”  ร่างเปล่าเปลือยนั่งชันเข่า  แผ่นหลังแนบกับหัวเตียง  เสียงหัวเราะเล็กๆ เหมือนกำลังเขินอายทำให้อีกฝ่ายอยากจะกระโจนเข้าหา  แต่ชายหนุ่มเพียงกระเถิบเข้าไปใกล้อย่างไม่เร่งร้อน
เขาไม่ชอบเลยที่อะไรๆ มันไม่ได้ดั่งใจ  แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมตัวเอง  มือคู่ใหญ่จับเรียวขาบางให้แยกออกแล้วจึงเขยิบเข้าไปให้ยิ่งใกล้  เขายันตัวกับผนัง  ตาจ้องตา  เหมือนเขาได้ยินเสียงในใจอีกฝ่ายกำลังร้องเรียกเขา  เสียงนั้นบอกให้เขาทำอย่างที่ต้องการ

ใบหน้าคมโน้มลงสูดกลิ่นหอมอ่อนหวานที่ผิวแก้มก่อนจะซุกไซ้ไปตามลำคอ  เจ้าของร่างไม่ขัดขืนเลย  ตรงกันข้ามเรียวแขนนั้นโอบแผ่นหลังกว้างให้ยิ่งแนบชิด  ทันทีที่อุ้งมือใหญ่สัมผัสกับส่วนอ่อนไหวร่างโปร่งก็กระตุกเฮือกพร้อมกันนั้นความสุขก็ค่อยๆ ปริ่มล้น  จนร่างใหญ่ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป
“พี่ท็อป.....”  เสียงขาดห้วงพร่ำเรียกชื่อเขาไม่ขาดปาก  หากเขาเข้าใจว่านี่คือการเรียกร้องมันก็คงไม่ผิดใช่มั้ย

“อ๊ะ!!” สะโพกเพรียวสะท้านขึ้นลงอย่างแรงเมื่อได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้ามาตรงช่องทางด้านหลัง  สองแขนรั้งตัวคนด้านบนลงมาจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน  เนื้อแนบเนื้อ  แม้แต่หยดเหงื่อก็แทรกผ่านไม่ได้  เสียงครางหวีดหวิวกระตุ้นเร้าอารมณ์จนชายหนุ่มควบคุมสติไว้ไม่อยู่  เขาขยับตัวเข้าออกถี่เร็วจนในที่สุดปลายทางแห่งปรารถนาก็อยู่แค่เอื้อม   และคนทั้งสองก็ไขว่คว้าความปรารถนานั้นร่วมกัน

ค่ำคืนเหมือนจะยาวนานแต่แท้จริงแล้วช่างแสนสั้น  หนึ่งปรารถนาไม่อาจพอเพียง  สองปรารถนาก็ยังเติมช่องว่างได้ไม่เต็ม  ในเมื่อแรงปรารถนานั้นมากมายไม่มีสิ้นสุด  ยิ่งได้มากเท่าไร  ก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเท่านั้น

ปรารถนาแห่งรัก  ไม่เคยมีใครหยุดมันได้จนกว่าชีวิตจะดับสูญ


....................................................................................

............................................................................

ลมหายใจเอื่อยๆ ลากยาวเข้าและออกรินรดอยู่ที่หัวไหล่  ร่างโปร่งยังคงนอนนิ่งอยู่ข้างกัน  ซึงรีในยามหลับแลดูน่าเก็บกอด น่าทะนุถนอม  ดูอย่างไรก็เป็นน้องเล็กของพี่ๆ เป็นน้องน้อยที่พี่ๆ ต้องใส่ใจ

พี่ชาย
น้องชาย

ท็อป
ซึงรี

เป็นมากกว่าพี่ชาย
เป็นมากกว่าน้องชาย

ได้มั้ย

ถ้าท็อปอยากจะเป็น
ซึงรีจะยอมหรือเปล่า

“อรุณสวัสดิ์” เสียงทุ้มต่ำกระซิบที่ข้างหูเมื่อเห็นว่าร่างข้างๆ กำลังลืมตาขึ้นทีละน้อย 
“พี่ท็อป.....” ผิวแก้มนั้นแดงเรื่อเมื่อเหลือบเห็นสายตาคู่คมมองตรงมา  แล้วคนตัวเล็กก็ซบหน้าลงกับหมอน
“ซึงรี.......” ชายหนุ่มชะงัก  เขาคิดถึงคำพูดเมื่อคืนที่บอกกับเขาว่าอย่าเพิ่งพูดมันในตอนนี้
ใบหน้าเรียวหันกลับมา  ช้อนตามอง  นิ่งฟังอย่างตั้งใจ

แล้วเขาควรจะพูดดีมั้ย
“พูดสิฮะ” ร่างโปร่งยิ้ม
“ซึงรี.......เรายังเป็นพี่น้องกันใช่มั้ย”  น้ำเสียงตะกุกตะกุกเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ฮะ......ถ้าพี่คิดแบบนั้น.....ก็ได้”
“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ”  ชายหนุ่มรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงจนแน่นในอก  “ฉันอยากเป็นมากกว่านั้น”

“ซึงรี.......” เสียงกระซิบบางคำมีเพียงแค่คนสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน 
คนฟังหัวเราะน้อยๆ พยักหน้ารับคำเป็นอันตกลง  แล้วชายหนุ่มก็จุมพิตลงบนหน้าผากนั้นแทนคำยืนยันอันหนักแน่นในความหมายของเสียงกระซิบซึ่งมีเพียงเราเท่านั้นที่เข้าใจ


.........................................................................................

.................................................................................


เสียงเปิดประตูห้องอย่างเบาๆ ของผู้มาเยือนยังคงได้ยินถึงหูเจ้าของห้องที่กำลังนั่งตั้งใจจดจ่อกับจังหวะดนตรีและสมุดโน้ต  ร่างบางแกว่งปากกาไปมาและเมื่ออีกฝ่ายเข้ามากอดจากด้านหลังใบหน้านั้นก็กระตุกยิ้มก่อนจะเอนศีรษะรับจูบแทนคำทักทาย

“ผมบอกแล้ว  ว่าผมทำได้”  ร่างโปร่งหัวเราะอย่างผู้ชนะ  “พี่จียง  เมื่อคืนนี้พี่ได้ยินใช่มั้ยว่าผมกับพี่ท็อปมีความสุขกันแค่ไหน”
“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนายสักหน่อยนี่  ซึงรี” คนฟังเพียงยิ้ม  ถ้าไม่เพราะเขามีส่วน ท็อปคงแทบจะไม่กล้าโผล่หน้าเข้าไปที่ห้องซึงรีเองแน่ๆ 
“ผมชนะ พี่แพ้”
“โอเค......นายอยากได้อะไร พี่จะให้ตามสัญญา” 

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน  จียงคุยกับซึงรีถึงเรื่องของท็อปและความรู้สึกที่ท็อปมีต่อซึงรี  เขาคิดว่าท็อปเป็นคนเฮฮา  เข้ากับใครก็ได้  เพียงแค่เข้ากับซึงรีไม่ค่อยได้  มันเลยเป็นที่มาของการท้าทายเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างซึงรีและจียง  ว่าด้วยการเอาชนะและเค้นความรู้สึกของท็อป  เดิมพันด้วยอะไรก็ได้ที่ซึงรีต้องการหากซึงรีเป็นฝ่ายชนะ  แลกกับคำขอร้องเพียงข้อเดียวของจียง

ผลเป็นอย่างไรตอนนี้ทั้งคู่ก็รู้กันแล้ว  ซึงรีเป็นฝ่ายชนะ

“ขอบคุณฮะ” เด็กหนุ่มออกแรงกอดรัดร่างของอีกคนเต็มแรง “พี่จียง  ผมรักพี่นะ”
“เพื่อนาย.......พี่ให้ได้ทุกอย่าง”  ร่างบางหัวเราะน้อยๆ กับคำรักอันน่าปลื้มใจทุกครั้งที่ได้ยิน  เขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน

น้องเล็ก.....ใช่

น่ารัก.....ใช่

ซุกซน.....ใช่

เอาแต่ใจ.....ใช่

ขี้อ้อน.....เป็นบางครั้ง แต่บ่อยครั้งกับบางคน

ใสซื่อ.....เป็นบางเวลา  แต่เจ้าเล่ห์ตลอดเวลากับบางคน

น้องเล็กไม่ใช่น้องร้าย  แต่เป็นน้องน้อยที่พี่ๆ ต้องคอยระวังไม่ให้ตกหลุมพรางเท่านั้นเอง


E  N  D

 

---------------------------------------------------------------------------------------

 nezumi talk ::

ทุกครั้งเวลาลงฟิกแล้วจะต้องโม้ไร้สาระ  เป็นธรรมเนียมปฏิบัติส่วนตัว  ขาดไม่ได้  อยากระบายโคตรๆ อ่ะ

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้วาดการ์ตูน  เพราะงานเข้าจริงๆ แล้วเข้าแบบประเดประดังมากมาย  เวลาว่างน้อยมาก  พอจะตั้งต้นวาดก็งานเข้าอีกละ  ไม่มีสมาธิเลยให้ตาย -*-  แถมปัญหาเล็กๆ ในบ้าน  เล็กจริงๆ - -"  แต่เหตุผลหลักที่พักวางปากกาเพราะเหมือนจะรู้สึกท้อ  ฉันก็คิดของฉันแหละว่าฉันก็ไม่ได้วาดเก่งมาก  แค่วาดได้ไม่น่าเกลียด  และเดี๋ยวนี้คนวาดแฟนอาร์ทก็มีเยอะแยะ  วาดได้สวยกว่าฉันก็เห็นได้ทั่วไป  ฉันเลยรู้สึกว่า "กูจะวาดทำไมวะคะ??" 

เลยกลับมาจับคีย์บอร์ดแต่งฟิก  และมีเสียงด่ากันเองแถวนี้แหละว่าจะไม่แต่งจริงเหรอ  ไม่แต่งจะตามมาปาระเบิดบ้าน  รู้จักที่ทำงานก็จะตามมาอำ มาราวี 555+ โม้ว่ะ -*-    จริงๆ ก็แอบกลัวว่าถ้าร้างนานเดี๋ยวจะมือตก  แต่งเล่นสักหน่อยจะเป็นไรไป  เนอะ^^ 

เร็วๆ นี้คงจะได้วาดรูปอีก  วาดจนไหล่อักเสบเลยทีเดียว  เพราะกำลังเตรียมจะเปิดเว็บส่วนตัวที่ซุ่มทำมานานแล้ว  ก็กะว่าถ้าเปิดเมื่อไรจะโพสงานให้ดูบ่อยๆ ล่ะนะ  พอดีว่ามีรูปการ์ตูนที่วาดเองกองเต็มโต๊ะทำงาน  พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานด้วยกันก็ชอบขอให้วาดคาแร็คเตอร์ส่วนตัวให้  ขอมาก็จัดไป  ค่อยๆ วาดทีละคนจนเต็มโต๊ะทำงาน  แล้วลูกค้ามาเห็นก็ชอบถามว่าวาดเองเหรอ  จนมีลูกค้าสนใจอยากจะจ้าง  เลยคิดว่าเราก็ไม่อุบาทว์เท่าไร  ทำไมไม่ทำอะไรให้มันดีๆ วะ 555+ 

เริ่มนอกเรื่อง  ไม่เกี่ยวกะฟิกเลย  เข้าเรื่องมั่งดีกว่า ((เพิ่งคิดได้))

ท่านแอบอ่านหนูชื่นใจ  ท่านเม้นให้หนูชื่นชม  ขอบคุณล่วงหน้าถ้าจะคอมเม้นนะจ๊ะ

เรื่องสั้นสไตล์เนซึมิ  อะไรๆ ก็คลุมเครือไปหมด  จบเหมือนไม่จบ  ท่านกำลังคิดเช่นนั้นใช่หรือไม่?  ถ้าคิดแบบนั้นท่านก็ถูกต้องแล้ว  เพราะฉันชอบทำเป็นซีรีย์ มันไม่จบเท่านี้หรอก  มีภาคต่อแน่นอน  ส่วนตัวฉันชอบหมดทุกคู่  ถ้ามีน้องซึงจะเริ่ดที่สุดในโลก  แต่เชื่อมั้ย  สองซึงเนี่ยฉันเค้นนานมากอ่ะ  ฉันก็ยังแอบคิดอยู่นะว่ามันช่างไม่ค่อยเข้ากัน  แต่ก็แต่งจนได้  อาจจะเพราะคู่แรกที่ชวนฉันจิ้นคือเทมจี  ฉันเลยรู้สึกว่า คู่นี้แหละ!!  ส่วนน้องเป็นของฉัน 555+ ((ไม่ใช่ละ))  จริงๆ ชอบเบรีมากกว่าอ่ะ  พี่ยองเบคนดีเป็นคนน่ารักเหมาะกะน้อง  ไม่เป็นไร มันไม่มีปัญหาในแนวนอนนะเว่ย!! กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก  ส่วนจีรี  อันนั้นก็ชอบอ่ะ  เป็นพี่น้องที่น่ารักมากๆ  กุ๊กกิ๊กยุกยิก น่ารักน่าหยิก  เป็นโชเน็นไอ  ไม่ถึงกะวายในสายตาฉันอ่ะนะ 

ขอบคุณที่อดทนอ่าน  แล้วพบกันเร็วๆ นี้กับภาคต่อ สไตล์เนซึมิ  พลาดแล้วจะเสียใจ จริงๆ นะ ^^

ของใหม่งาน Korean Maniacs

posted on 13 Jun 2008 11:30 by nezumikun  in others

 

ช่วงนี้งานเยอะแปลกๆ เลยไม่ค่อยได้วาดการ์ตูน  แถมยังหลบไปแต่งฟิกอีกต่างหาก  ใครอยากอ่าน....เจอกันได้ 55+  มี 2 เรื่องนะ  เป็นสองซึง 1 เรื่อง และเบริอีก 1 เรื่อง  

มาว่าด้วยเรื่องของขายวันพรุ่งนี้งาน Korean Maniacs ชื่อบูธ... Foolhouse ไม่เปลี่ยนชื่อแม้แอดมินจะตกหลุ่มเด็กหนุ่มคนนั้นเข้าเต็มเปา   ของเก่ายังพอมีอยู่นะ  ส่วนของใหม่งวดนี้ปรับขนาดลงจาก 4.5 ซม. เป็น 3.2 ซม. เล็กๆ น่ารักจริงๆ นะ  ลดขนาดแล้วก็ลดราคาด้วย เหลือ 20 บาทเองแหละ 

img136/6174/samplekmom4.jpg

 

คอนเซ็ปต์อะเกน......แต่ชุดนี้แอบมีความหมายแฝงนะ  คือถ้ามาดูชิ้นงานจริงๆ จะเก็ตมาก  ด้วยความที่เข็มกลัดเราจะใช้ติดกระเป๋า  มันจึงมักจะถูกมองในระยะไกล  ก็จะเห็นแค่ข้อความที่ชัดๆ  แต่ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นข้อความแบบเต็มๆ ทำของวายบีเสร็จเป็นคนแรก  พ่อพระอาทิตย์  น่ารัก อบอุ่น~~  ของจียงตามมา  ตอนแรกทำออกมาอีกแบบ แต่ถามคนรักจียงเขาบอกว่ามังกรน่ารักกว่า  ของคิงคอง เอ้ย! ชเวเทมโป  มีแว่นเขียวด้วย 55+ ตอนแรกข้อความมันค่อนข้างล่อแหลมเลยเปลี่ยนเป็นอันนี้แหละ  ของน้องซึงคิดไว้เสร็จนานละ  แต่ไม่ได้รีบทำเพราะค่อนข้างแม่นไอเดีย  แต่ของน้องเนี่ยเสียเวลาที่สุดเลย  เพราะใส่รายละเอียดไปเยอะ ((ลำเอียง ป่าววะ??))  สุดท้ายแดซอง ดีไลท์ มันปิ๊งแล้วก็ทำเสร็จเลย  สีจะไม่แรงเหมือนคนอื่น  แต่คิดว่ามันเหมาะกับชื่อดีไลท์แหละ 

ของ YG ทำมาเล่นๆ กะจะเอาไว้ใช้เอง แล้วก็เผื่อแถมสำหรับคนประเภทเดียวกัน  55+

อันนี้ของเก่าเอามาทำใหม่  หลังจากทนแรงกดดันไม่ไหว 

13 สัตว์มหัศจรรย์

ขนาด 3.2 ซม. 20 บาท  รู้สึกว่าทำตัวเล็กแล้วมันน่าเอ็นดูมากๆ 555+

img84/3669/sample32te6.jpg  

 

ของแถม......กำลังทำอยู่  ไปลุ้นเอาเองพรุ่งนี้นะ 

สุดท้าย.....มีคนบอกว่าถ้าไม่พูดเป็นไอ้เนตัวปลอม

ซึงรีน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~ รักน้องเท่าโลกกกกกกกกกกกกกกก~~~ รักทุกวัน  รักเข้าไป  รักให้ตาย  55555555+  ผมรักคุณณณณณณ  ..... ตอนแรกจะวาดน้องทำท่าซาราง  แต่ไม่ได้ ติดหัว 55555+

edit @ 13 Jun 2008 12:31:58 by มิซึมาจิ เนซึมิ❤巨深ポセイドン